ข้อควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อกระเป๋า

เลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง จากรูปแบบของกระเป๋าเดินทาง

                 การเดินทางท่องเที่ยวมีหลากหลายสไตล์ ทั้งสายชิลล์ สายเที่ยวในเมือง นอนโรงแรม
หรือสายธรรมชาติ ชอบกางเต็นท์หรือนอนโฮสเทล ดังนั้น การเลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง ก็ต้องเลือกให้เหมาะกับรูปแบบการท่องเที่ยวของตนเองและเพื่อความสะดวกสบายในการท่องเที่ยวมากที่สุด

– จัดทริปแบบที่มีการเดินทางหลายรูปแบบ ก็ควรใช้กระเป๋าเดินทางที่มีน้ำหนักเบา สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย
การยกเก็บไว้ในช่องเก็บสัมภาระบนเครื่องบิน บนรถไฟ รวมถึงบนรถบัสอีกด้วย และถ้าเป็นทริปที่มีการเดินเป็นส่วนมาก ควรเลือกกระเป๋าที่สามารถยกและเคลื่อนย้ายได้สะดวกในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินข้ามถนน
การขึ้นบันได การขึ้นลิฟต์ การขึ้นรถเมล์ การขึ้นรถไฟ เป็นต้นจึงควรเลือกกระเป๋าเป้แบบสะพายหลัง
หรือเพิ่มฟังก์ชั่นแบบมีล้อในตัว เพราะสามารถเลือกสะพายหรือใช้ล้อลากก็ได้

  – เดินทางด้วยเครื่องบิน ก็ต้องเช็คเรื่องการจำกัดน้ำหนักของกระเป๋า ทั้งกระเป๋าที่โหลดลงใต้เครื่องและกระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่อง จึงควรเลือกกระเป๋าเดินทางที่สามารถถือได้ด้วยตนเอง สามารถยกขึ้นรถ เดินทางไปสนามบิน และเช็คอินได้อย่างสะดวก รวมถึงกระเป๋าใบที่ถือขึ้นเครื่อง ควรยกขึ้นเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือหัวได้อย่างสะดวก
– เดินทางด้วยเรือ กระเป๋าเินทางมักจะถูกกองรวมกันไว้ในท้องเรือ ฉะนั้นจึงควรเลือกกระเป๋าที่มีความแข็งแรง
เมื่อถูกวางทับด้วยกระเป๋าใบอื่น ๆ กระเป๋าจะไม่เปลี่ยนรูปและช่วยป้องกันของภายในกระเป๋าไม่ให้รับน้ำหนักมากเกินไป จนเกิดความเสียหายได้

เลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง จากขนาดของกระเป๋าเดินทาง

เลือกขนาดของกระเป๋าเดินทางให้เหมาะสมกับสิ่งของที่จะใส่และระยะเวลาที่จะไปเที่ยว ที่สำคัญคือควรเลือกกระเป๋าเดินทางที่มีขนาดโดยรวมที่สามารถรับมือกับมันได้ เพราะบางครั้งอาจไม่มีใครช่วยยกขึ้นลงและลากไปไหนต่อไหน ควรตรวจสอบขนาดและน้ำหนักของสัมภาระที่สายการบินที่จะเดินทางอนุญาตให้นำไปด้วย เพราะแต่ละสายการบินมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน
 ขนาด 18-20” เป็นกระเป๋าขนาดมาตรฐานที่สามารถถือขึ้นเครื่องเมื่อเดินทางระหว่างประเทศ เหมาะอย่างยิ่งหากต้องใช้บริการสายการบินยุโรปราคาประหยัด เช่น easyJet หรือ Ryanair ซึ่งมีกฎที่เข้มงวดมาก แต่สายการบินในประเทศสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ใช้กระเป๋าขนาด 22 นิ้วขึ้นเครื่องได้ แต่ถ้าในทริปนั้น วางแผนเดินทางขึ้นเครื่องเป็นหลักทั้งในประเทศและต่างประเทศ กระเป๋าใบเล็กอาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า
ขนาด 23-24” เป็นขนาดที่ต้องเริ่มโหลดลงใต้ท้องเครื่องบิน เหมาะสำหรับนักเดินทางที่เดินทาง 4-6 วัน และต้องการพื้นที่เพิ่มสำหรับซื้อของฝากหรือของที่ระลึก
 ขนาด 25-27” กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ สำหรับเดินทางหลายวัน หรือต้องการเช็คอินกระเป๋าหนึ่งใบสำหรับสองคนหรือสำหรับครอบครัว อีกทั้งยังสามารถใส่สิ่งของของทุกคนลงในกระเป๋าเดินทางเหล่านี้หนึ่งหรือสองใบเพื่อให้หยิบจับได้ง่าย
ขนาด 28-32” เป็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่มาก ซึ่งอาจดูใหญ่เทอะทะ และควบคุมยากเกินไปสำหรับการเดินทางแบบมาตรฐาน แต่ขอเตือนก่อนว่าอาจเกินข้อจำกัดด้านขนาดและน้ำหนักของสายการบิน ฉะนั้นอย่าลืมเช็คข้อกำหนดก่อน

เลือกซื้อกระเป๋าเดินทาง จากสีของกระเป๋าเดินทาง

เคยสังเกตไหมว่ากระเป๋าเดินทางเกือบทั้งหมดเป็นสีดำ เพราะเป็นสีที่ไม่เห็นคราบสกปรกมากเท่ากับสีอื่น ๆ
แต่เนื่องจากเป็นสีที่คนนิยมใช้กันมาก จึงอาจทำให้สับสนกับกระเป๋าของคนอื่น แต่หากเลือกกระเป๋าที่สีที่โดดเด่นสะดุดตา (หรือแท็กกระเป๋าที่โดดเด่น) จะช่วยให้เรามองหากระเป๋าตัวเองได้ง่ายขึ้นเวลากระเป๋าอยู่รวมกับกระเป๋าใบอื่น ๆ บนสายพาน และยังช่วยให้ไม่ถูกหยิบสลับสับเปลี่ยนไป ป้องกันการถูกขโมยได้ระดับหนึ่งอีกด้วย

ซิป หูหิ้ว คันชักกระเป๋าของกระเป๋าเดินทางที่ดีควรเป็นอย่างไร

กระเป๋าเดินทางที่ดีควรมีลักษณะดังนี้

– ซิปคุณภาพดีและทนทาน
– หูหิ้วที่สะดวกในการถือและไม่กัดหรือเจ็บมือ
– คันชักกระเป๋าที่แข็งแรงและสามารถยกได้สะดวก
– มีช่องวางสำหรับเก็บของและสามารถเข้าถึงได้ง่าย
– วัสดุที่ททานและกันน้ำ
– ควรมีล้อที่ทนทานและคันชักอัตโนมัติ
– การรักษาความปลอดภัยของในกระเป๋า ควรมีซิปที่สามารถล็อกได้
– กระเป๋าเดินทงที่ดีควรมีคุณสมบัติที่ทนทานและสะดวกในการใช้งาน เพื่อช่วยให้การเดินทางของคุณสะดวกและปลอดภัย
ล้อของกระเป๋าเดินทางที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

– ทนทานและแข็งแรงเพียงพอที่จะรองรับน้ำหนักของกระเป๋าและสิ่งของที่อยู่ในนั้น
– มีความเรียบหรูและสวยงามเพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
– มีระบบคันชักแบบอัตโนมัติเพื่อช่วยลดแรงสั่นขณะเดินทาง
– มีขนาดพอเหมาะเพื่อใช้งานในสนามบินและสามารถเก็บไว้ในช่องโดยสารได้ง่าย
– การเลือกล้อของกระเป๋าเดินทางควรพิจารณาด้วยความรอบคอบเพื่อให้ได้ล้อที่ดีและเหมาะสมกับการเดินทางของคุณ